อะแห่ม... กลับมาพบกับข้าพเจ้ากันอีกครั้งหลังจากที่ดองไว้นานมาก...
(ติด 12.3 งอมแงม... ใครท้าฟาดหมดถ้าเน็ตพร้อม...)
เชิญรับชมตอนที่ 16 ของซี่รี่ย์หัวเขียวยัน บันทึกอนาคตแห่งเก็นโซเกียวกันเลยครับ...
 
16 - ความร่วมมือ

ร้านเวทย์มนต์คิริซาเมะ, ป่าเวทย์มนต์ เวลา 22.15 น....

"อึก... ที่นี่... บ้านฉันนี่นา แล้ว... โอย!!!"
มาริสะพยายามลุกขึ้นมา แต่บาดแผลจากการโดนมีดปักที่ขาของเธอ
ก็ทำให้เธอต้องล้มเลิกความคิดที่จะเดินไปเลย
 
"ว่ายังไงล่ะ? บุกไปถิ่นของศัตรูซะโจ่งแจ้งแถมยังพยายามขโมยหนังสือเขามาด้วย... ยังไม่ตายก็บุญแล้ว
นี่ถ้าฉันไม่มาที่ห้องสมุดตอนนั้นเธอคงจะกลายเป็นศพและผู้ถือบันทึกที่ตายไปอีกคนแล้วนะ"
อลิสพูดขึ้นเมื่อเห็นมาริสะพยายามลุกขึ้นมา เธอกำลังชงชาอยู่อย่างชำนาญ มาริสะบ่นขึ้นในแบบของเธอว่า
"ก็ใครมันจะไปรู้ว่ายัยเมดนั่นเป็นผู้ถือบันทึกล่ะวะ?
ที่ไปก็แค่กะจะ"ยืม"หนังสือมาอ่านแก้เซ็งซักสองสามเล่มเองว้อย..."
"สองสามเล่ม? สองสามเล่มที่ว่ามันต้องขนใส่ในถุงใบใหญ่ขนาดนั้นเลยหรือไง?"
อลิสพูดขัดคอมาริสะ มาริสะทำหน้าเหวอเลยทีเดียวที่โดนอลิสดักคอ...
"ก... ก็... แบบว่า... ไปถึงที่จริงๆแล้วมันเจอหนังสือน่าสนใจเยอะกว่าที่คิด ก็เลยกะจะยืมทั้งหมดนั่นเลย..."
"เธอนี่น้า... ให้ตายเถอะ! เมื่อไหร่จะเลิกนิสัยแบบนี้ซักที ขนาดตัวเองอยู่ในเกมฆ่ากันเอง
อย่างเซอร์ไววัลเกมยังจะกล้าไปทำตัวเด่นอย่างนั้นอีก เรื่องที่ภูเขาโยวไคนั่นก็อีก...
กะจะไปพลีชีพให้เป็นสองคนแรกที่ตายในเกมนี้เลยหรือไง!?"
มาริสะรู้สึกสะกิดใจทันทีที่ได้ยินอลิสพูดถึงเซอร์ไววัลเกม
แถมยังบอกได้อีกว่าเธอเป็นคนก่อเรื่องที่ภูเขาโยวไคด้วยต่างหาก
ทั้งๆที่เธอไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้ให้ใครได้ฟังเลยตั้งแต่ที่รอดกลับมาได้ เธอจึงพูดกับอลิสว่า
"เออๆ แค่ไป"ทดสอบ"กติกา+การเล่นเกมนี้เฉยๆหน่ะ แต่ไม่นึกว่าจะโดนซะขนาดนั้น...
เลยต้องทำขนาดนั้นเพื่อเอาตัวรอดเลยล่ะ
ว่าแต่... เธอรู้เรื่องเซอร์ไววัลเกมกับเรื่องที่ฉันบุกภูเขาโยวไคได้ยังไงกันหน่ะ?"
อลิสเดินเข้ามาหามาริสะก่อนจะยกแก้วชาให้มาริสะแก้วหนึ่ง
แล้วเธอก็นั่งลงจิบชาของเธอพลางตอบคำถามของมาริสะ
"สงสัยล่ะสิว่าทำไมฉันรู้ดีขนาดนี้... เธอก็ลองถอดหมวกตัวเองมาดูสิ..."
มาริสะได้ยินอย่างนั้นจึงถอดหมวกของเธอออก และเมื่อเธอหงายมันมาดูก็พบตุ๊กตาตัวหนึ่งอยู่ข้างใน...
 
*ตุ๊กตาตัวนี้เป็นตุ๊กตาที่อลิสใช้ติดต่อสื่อสารกับมาริสะในเหตุการณ์ภาค 11 --- คนเขียน
 
"เชื่อเขาเลยสิเธอเนี่ย... ของตั้งแต่ 2 ปีก่อนยังไม่เอาออกมาจากหมวกเล้ย!!!
ถามจริงๆเหอะ? หมวกหน่ะเคยซักบ้างไหม?"
มาริสะทำหน้าเบ้ทันที มันแปลว่าทุกๆ อย่างที่เธอทำตลอดสองปีที่ผ่านมา
โดนตุ๊กตาตัวนี้ส่งไปให้อลิสฟังหมดเลย...
"ช่างฉันเถอะน่า! ว่าแต่... ทำไมถึงช่วยฉันล่ะวะ?"
อลิสสำลักชาในลำคอเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำถามของมาริสะ เธอวางแก้วชาลงก่อนจะตอบอย่างตะกุกตะกักว่า
"ก... ก็... ก็แค่เห็นว่าเธอกำลังโดนรุมอยู่เท่านั้นเองแหละ... ไม่งั้นฉันก็ไม่มาช่วยหรอก..."
อลิสพูดจบก็สะบัดหน้าหนี ส่วนมาริสะก็ดื่มชาต่อไปโดยไม่ซักถามอะไรอีก...

 
อีกด้านหนึ่ง, หอสมุดคฤหาสน์มารแดง - ส่วนที่อยู่อาศัยของพาเช่
วันที่ 17 มีนาคม เวลา 11.00 น....

"ที่นี่... หืม?"
พาเช่ค่อยๆลืมตาขึ้น แดดยามสายที่เธอไม่ค่อยได้สัมผัสสาดส่องร่างของเธอที่นอนอยู่บนเตียง
ข้างๆมีซาคุยะกับโคอาคุมะที่กำลังจัดการกับซากปรักหักพังจากเหตุการณ์เมื่อวานอยู่...
ซาคุยะเมื่อเห็นว่าพาเช่ฟื้นขึ้นมาแล้วก็กล่าวกับพาเช่ว่า
"ท่านพาชูลี่... ฟื้นแล้วหรือค่ะ? ขอโทษที่จับตายขโมยไม่ได้คะ... ดิฉันไม่นึกว่าอลิสจะ..."
"พอเถอะ..."
พาเช่พูดตัดบทซาคุยะก่อนจะพูดต่อไป...
"มันไม่ใช่ความผิดของเธอหรอกนะซาคุยะ ใครจะไปรู้ล่ะว่ายัยอลิสจะโผล่เข้ามาแจมด้วย...
ว่าแต่... โกไลแอทล่ะ?"
พาเช่ถามถึงตุ๊กตายักษ์ที่อลิสใช้เมื่อวานแล้วปล่อยทิ้งไว้ที่คฤหาสน์เพื่อให้ทำงานเป็นระเบิดเวลา
"ไม่ต้องห่วงคะท่านพาชูลี่... ดิฉันดับไฟบนตัวของมันเองคะ..."
โคอาคุมะพูดพลางเดินยกถาดอาหารเช้ามาวางไว้บนเตียงของพาเช่ ซาคุยะโค้งตัวก่อนจะพูดว่า
"ขอโทษสำหรับอาหารวันนี้นะคะท่าน... แต่จากการที่มาริสะและอลิสถล่มคฤหาสน์
จนเสียหายอย่างหนักได้ทำให้ส่วนของห้องครัวกับคลังเก็บเสบียงเสียหายไปด้วย
อาหารในวันนี้จึงอาจจะไม่ถูกปากท่านพาชูลี่ จึงขออภัยมาด้วยคะ..."
เมื่อพาเช่มองในถาดอาหารก็เห็นแค่เพียงข้าวต้มกับเนื้อแล้วก็ผักนิดหน่อยเท่านั้น...
"อา... ไม่เป็นอะไรหรอกซาคุยะ แค่ฉันกินแล้วมีแรงก็พอแล้วล่ะ... อันที่จริงฉันก็เป็นโยวไคจอมเวทย์อยู่แล้ว
ไม่ต้องกินอาหารอย่างคนธรรมดาก็ได้ ว่าแต่? ทำไมไม่ไปซื้อวัตถุดิบใหม่จากหมู่บ้านมนุษย์อย่างที่เคยทำล่ะ?"
ซาคุยะถอนหายใจก่อนจะพูดด้วยสีหน้าที่แฝงไปด้วยความกังวล
"ก็... หมู่บ้านมนุษย์ในตอนนี้กลายเป็นซากปรักหักพังไปแล้วคะ...
และก็เหลือแค่เคย์เนะกับคนไม่กี่คนที่ยังรอดชีวิตมาได้..."
พาเช่หน้าซีดลงไปถนัดตา เกิดอะไรขึ้นกับหมู่บ้านมนุษย์จนถึงกับขนาด
พังหมู่บ้านมนุษย์ได้อย่างง่ายดายขนาดนี้กันนะ?
"แล้ว... เธอรู้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับหมู่บ้านมนุษย์หน่ะ?"
ซาคุยะส่ายหน้าแทนคำตอบ... ทั้งที่ความจริงแล้วเธอคาดเดาได้อย่างชัดเจนว่าในหมู่บ้านมนุษย์
จะต้องมีใครคนใดคนหนึ่งเป็นผู้ถือบันทึกและถูกหมายหัวเป็นเป้าของผู้ถือบันทึกรายอื่น
ผู้ถือบันทึกรายนั้นพังหมู่บ้านมนุษย์เพื่อจะฆ่าผู้ถือบันทึกอีกคนทิ้ง แต่สำเร็จหรือล้มเหลวเธอไม่ทราบ...
แต่ที่เธอทราบดีเมื่อเห็นสภาพของหมู่บ้านมนุษย์คือ...
คนๆนั้นจะต้องมีผู้ช่วยที่มีพลังมากพอที่จะพังหมู่บ้านมนุษย์ได้ในพริบตาแน่ๆ
เธอจึงเริ่มกังวลว่าถ้าเธอต้องเจอกับคนๆนั้น เธอจะรับมือได้หรือไม่... แต่ว่า...
เธอก็คงจะต้องจัดการกับซากคฤหาสน์มารแดงก่อนล่ะนะ...
 
"แล้ว... เรมิเลียล่ะ? เห็นว่าโดนมาริสะเล่นงานซะสาหัสเลยนี่?"
พาเช่ถามขึ้นเกี่ยวกับเพื่อนของเธอที่โดนเล่นงานจนสาหัสไปเช่นกัน
"ดิฉันพาไปรักษาตัวที่ชั้นใต้ดินแล้วคะ ดูท่าทางจะอาการหนักใช่เล่นเลย...
ก็หวังว่าคุณหนูคงจะหายจากอาการบาดเจ็บไวๆหน่ะคะ..."
พาเช่พยักหน้า เธอกินข้าวต้มของซาคุยะก่อนที่เธอจะนึกบางอย่างที่เธออยากถามออก
พาเช่กินข้าวต้มจนหมดก่อนจะถามซาคุยะ
 
"นี่... ซาคุยะ..."
"ค่ะ? ท่านพาชูลี่?"
"ฉันสงสัยมาตั้งแต่เมื่อวานแล้วล่ะ... เรื่องที่เธอพูดถึงหน่ะ... ผู้ถือบันทึกเอย... บันทึกเอย...
เธอบอกฉันได้ไหมว่ามันหมายความว่ายังไงกันแน่?"
ซาคุยะถอนหายใจ เธอคงจะบอกปัดหรือไม่ตอบคำถามของพาเช่ไม่ได้
เธอจึงนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆเตียงของพาเช่แล้วเริ่มเล่าทันที
 
"เรื่องบันทึกกับผู้ถือบันทึก คนที่เป็นต้นคิดคือยูคาริคะ กล่าวคือ
ยูคาริเป็นคนสร้างบันทึกที่สามารถบอกอนาคตได้ทั้งหมด 12 เครื่อง
โดยยูคาริได้เลือกคนทั้งหมด 12 คนเพื่อเป็นผู้ถือบันทึกอนาคตที่มีลักษณะการใช้งานเข้ากับคนๆนั้น..."
พาเช่นั่งฟังอย่างตั้งใจ ก่อนที่เธอจะถามซาคุยะว่า
"แปลว่าเธอก็คือ 1 ใน 12 คนที่เป็นผู้ถือบันทึกสินะ? มาริสะก็ด้วยใช่ไหม?"
ซาคุยะพยักหน้าแทบคำตอบก่อนที่เธอจะพูดต่อไป
"และยูคาริก็ได้จัดเซอร์ไววัลเกมขึ้น โดยผู้ถือบันทึกทั้ง 12 คนจะต้องหาทางฆ่ากันเอง
ผู้ที่รอดชีวิตคนสุดท้ายจะสามารถขอพรจากยูคาริได้หนึ่งข้อ
โดยที่ในเซอร์ไววัลเกมนี้ ผู้ถือบันทึกจะไม่สามารถใช้ความสามารถที่มีติดตัวและสเปลการ์ดของตัวเองได้
ทำให้ดิฉันและมาริสะไม่ประกาศสเปลการ์ดเลย ทั้งๆที่สถานการณ์มันเลวร้ายสุดๆยังไงล่ะคะ..."
พาเช่หันไปพูดกับซาคุยะพลางพลิกหนังสือของเธอว่า
"ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมเมื่อวานเธอถึงอยากจะฆ่ามาริสะนัก... เอาละ... เรื่องทั้งหมดก็เป็นที่เข้าใจกันดีแล้ว..."
พาเช่หุบหนังสือที่เธอกำลังอ่านอยู่ก่อนจะลุกขึ้นมาจากเตียงแล้วตบไหล่ซาคุยะพลางพูด
"ดูท่าทางว่าฝั่งนั้นคงจะมีอลิสที่เป็นคนธรรมดาที่ใช้สเปลการ์ดได้คอยช่วยอยู่แน่ๆ
งั้น... ฉันจะช่วยเธอจัดการกับคนอื่นๆเอง เพราะจะว่าไป... เกมนี้ก็น่าสนใจใช่เล่น...
ว่าแต่... ซาคุยะ... ถ้าเธอชนะในเกมนี้เธอจะขออะไรงั้นเหรอ?"
ซาคุยะลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย...
"ฉัน... อยากจะคอยรับใช้คุณหนูตลอดไปคะ... เพราะดิฉันเองก็เป็นมนุษย์ธรรมดา คงจะตายก่อนคุณหนูแน่ๆ
และถ้าดิฉันตายไป คุณหนูคงจะขาดคนที่สามารถพึ่งพาได้...
ดิฉันจึงอยากจะอยู่ไปจนกว่าจะตายไปพร้อมกับคุณหนูคะ..."
พาเช่นั่งลงที่เก้าอี้ที่ซาคุยะนั่งเมื่อซักครู่พลางอ่านหนังสือด้วยสีหน้าครุ่นคิด...
 
"ยูคาริงั้นหรือ... รู้สึกไม่ค่อยดีเลย... แต่เอาเถอะ... เพราะมีแต่แบบนี้เท่านั้นแหละ
ที่ฉันจะสามารถจัดการกับหัวขโมยนั่นไปพร้อมๆกับซัดคู่แข่งให้ราบคาบไปในเวลาเดียวกัน..."
 
พาเช่คิดในใจ ตัวเธอเองก็"มีส่วน"ในเกมมรณะนี้ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว...
 
 
อีกด้านหนึ่ง...

"ว่าแล้วไง... กะไว้แล้วว่าต้องหาที่ซ่อนตัวจริงๆด้วยน้า...
แต่พวกเธอไม่รู้หรอกว่ากำลังโดนฉันสะกดรอยตามหน่ะ...
ก็ฉันหน่ะ... มันเหมือนคนที่ไม่มีตัวตนตั้งแต่ต้นแล้วนี่... แต่เอาเถอะ...
จบเกมนี้ฉันก็จะได้ไปไหนมาไหนได้สบายอย่างยูคาริแล้ว..."
สาวน้อยคนหนึ่งพูดขึ้นท่ามกลางความมืดใต้ดิน แต่น่าแปลกที่เสียงของเธอไม่มีใครได้ยินเลย
ไม่สิ... เสียงของเธอถูก"ลบเลือน"ไปต่างหาก...
เธอคนนั้น... กำลังตามคนสองคนอยู่อย่างใจจดใจจ่อ
ในมือของเธอมีเลื่อยไฟฟ้าของซานาเอะจากศาลเจ้าโมริยะอยู่...
 
"เธอหน่ะ... มิโกะทั้งสองคน... โดยเฉพาะมิโกะวิปริตนั่น...
อีกไม่นานพวกเธอก็จะอยู่ในสภาพเดียวกับเทพสองตนนั่นแล้วล่ะนะ!"
เธอกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าที่แสดงให้เห็นถึงรัศมีความอำมหิตชัดเจน แต่ก็ไม่มีใครสามารถรับรู้ถึงมันได้อยู่ดี...
ท่ามกลางความมืดมิดใต้ผืนดินที่แสงอาทิตย์ไม่สามารถส่องถึงได้...
ที่แห่งนั้น... จะแปดเปี้อนด้วยเลือดในไม่ช้าแล้ว...
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet